


อังกฤษ-สหรัฐฯ เตือนพลเมืองเลี่ยงมาไทยจากเหตุระเบิดวานนี้ บีบีซี ชี้คนร้ายอาจโยงเหตุบึ้มในอินเดียและจอร์เจีย ขณะที่มือบึ้มโอกาสรอดสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายได้อีก 1 ราย
จากกรณีที่วานนี้ (14 กุมภาพันธ์) เกิดเหตุการณ์ระเบิดกลางกรุงขึ้นที่ซอยปรีดีพนมยงค์ ย่านสุขุมวิท 71 ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยทราบภายหลังว่าผู้ปาระเบิดคือ นายซาเล็บ โมราบิ แต่พลาดท่าระเบิดตกใส่ขาขาด ถูกนำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ สำนักข่าวบีบีซีและรอยเตอร์ส รายงานข่าวว่า ชายชาวต่างชาติผู้หนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นชาวอิหร่าน ได้รับบาดเจ็บขาข้างหนึ่งขาด เพราะระเบิดที่เขาพกพาไปกับตัว เหตุระเบิดในเกิดขึ้นภายในบ้านเช่าของเขา ขณะนี้ชายผู้นี้ได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสที่โรงพยาบาล ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว สถานทูตสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนว่า อาจมีการก่อเหตุโจมตีในกรุงเทพฯ ต่อมาชายชาวเลบานอนผู้หนึ่งได้ถูกจับกุมและตรวจค้นพบสารสำหรับประกอบระเบิด
ทั้งนี้ บีบีซี ชี้ว่าเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ดังกล่าวเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากเหตุระเบิดที่มุ่งเป้าเล่นงานนักการทูตชาว อิสราเอลในอินเดียและจอร์เจีย อิสราเอลได้กล่าวหาอิหร่านและกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ในเลบานอนว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่อิหร่านปฏิเสธการกล่าวหานี้
ขณะที่ในกรุงเยรูซาเลม โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิสราเอล นายยิกาล พาลเมอร์ กล่าวว่า ยังไม่พบสัญญาณว่าเป้าหมายของระเบิดที่พบในกรุงเทพฯ เป็นผลประโยชน์ของอิสราเอลหรือชาวยิว แต่ก็ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ใด ๆ ทั้งสิ้น
ทางด้าน เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เยรูซาเลมโพสต์ รายงานว่า เหตุระเบิดในกรุงเทพฯ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนโจมตีขนาดใหญ่ แต่เกิดอุบัติเหตุขึ้นก่อน ทำให้เกิดการระเบิดก่อนเวลาอันควร กระนั้นยังไม่ชัดเจนว่าเป้าหมายของชาวอิหร่านกลุ่มนี้คือ สถานทูตอิสราเอลในกรุงเทพฯ หรือไม่ แต่ก็เป็นเหตุร้ายที่เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากทางการไทยได้เข้าจับกุม นายอาทริส ฮุซเซน ที่เชื่อว่าเป็นสมุนระดับอาวุโสของฮิซบุลเลาะห์ที่กำลังวางแผนถล่มเป้าหมาย ชาวยิวในกรุงเทพฯ และขณะนี้ไทยยังคงตามล่าสมาชิกคนอื่น ๆในเซลล์ของนายอาทริส
จากนั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้เปิดเผยว่า ทางเราได้ติดต่อไปยังสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทยแล้ว เพื่อพูดคุยเรื่องข้อมูลต่าง ๆ โดยก่อนหน้านี้มีการแจ้งเตือนมาว่าจะมี การก่อเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เฝ้าดูแลอยู่ แต่ตรงที่มีการซุกระเบิดไว้ที่บ้านดังกล่าว ตรงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบจุด และไม่ทราบว่าเป้าหมายในการก่อเหตุคือที่ใด ส่วนจะเชื่อมโยงกับกลุ่มอาทริสหรือกลุ่มก่อการร้ายหรือไม่นั้น เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงอะไร แต่ต้องมีการตรวจสอบอีกต่อไป
อังกฤษ-สหรัฐฯ เตือนก่อการร้ายในไทย
หลังเหตุการณ์ดังกล่าวกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ออกประกาศเตือนพลเมืองของตนให้ระวังการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี ระบุมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเหตุการณ์ก่อการร้าย หลังจากที่เกิดเหตุระเบิดบริเวณตู้โทรศัพท์ในซอยสุขุมวิท 71 และยังได้แนะนำให้ชาวอังกฤษที่อยู่ในประเทศไทยปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการ ไทย และติดตามการรายงานข่าวสารต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
จับผู้ต้องหาได้อีก 1 คน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำของวันดังกล่าว พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาในดคีนี้เพิ่มเติมได้อีก 1 คน คือ นายโมฮัมหมัด ฮาซาอิ 42 ปี สัญชาติอิหร่าน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลาประมาณ 18 .15 น. ขณะที่นายโมฮัมหมัดกำลังเตรียมเดินทางหลบหนีไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กักตัวเพื่อรอสอบสวนที่ด่านตรวจขาเข้า
รพ.จุฬาฯ ชี้คนร้ายโอกาสรอดสูง
จากการวินิจฉัยของแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พบว่า แรกรับผู้ป่วยเรียกลืมตา ผิวหนังบริเวณใบหน้ามีคราบสีดำติดผม ขนตา ขนจมูกไหม้ ขาข้างขวาขาดระดับเข่า ส่วนขาข้างซ้าย มีลักษณะผิดรูป ใส่เครื่องป้องกันการเคลื่อน มีการให้ออกซิเจนผ่านทางหน้ากาก ในเบื้องต้นแพทย์ได้ให้น้ำเกลืออย่างเร็ว หัวใจผู้ป่วยเต้น 122 ครั้ง/นาที หายใจ 24 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 126/78 มิลลิเมตรปรอท ใส่ปลอกคอป้องกันการเคลื่อนของกระดูกต้นคอ และใส่ท่อหลอดลม พร้อมติดเครื่องช่วยหายใจ และใส่หลอดสายอาหารผ่านทางจมูกไปยังกระเพาะอาหาร ใส่ท่อสายสวนปัสสาวะ และได้นำผู้ป่วยส่งทำเอกซเรย์และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) เบื้องต้นมีการบาดเจ็บรุนแรงที่ขาทั้งสองข้าง ตาขวา และบริเวณผิวหนังใบหน้าและลำคอ จากนั้นจึงนำส่งเข้าห้องผ่าตัด เพื่อทำการผ่าตัดให้กับผู้ป่วยรายนี้ต่อไป
ทั้งนี้ รศ.นพ.รัฐพลี ภาคอรรถ รอง ผอ.รพ.จุฬาลงกรณ์ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า แม้ผู้บาดเจ็บจะมีอาการสาหัสมาก แต่คณะแพทย์จะรักษาเต็มที่ และเชื่อว่ามีโอกาสรอดสูง ซึ่งต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
ค้นบ้านเจอระเบิดเพิ่ม
พล.ต.ท. วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ตำรวจนำกำลังไปค้นในบ้านเช่าคนร้าย พบระเบิดแบบประกอบเป็นวิทยุทรานซิสเตอร์ 2 เครื่อง ภายในมีซีโฟร์หนักประมาณ 2-3 ปอนด์ พร้อมด้วยระเบิดลูกเกลี้ยงเอาไว้เพื่อเป็นตัวจุดระเบิด แต่กู้ได้หมด ซึ่งระเบิดที่ประกอบน่าจะมีทั้งหมด 5 ลูก แต่ระเบิดไปก่อนหน้า 3 ลูก คือจุดแรกที่บ้านเช่า ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดพลาด ส่วนอีกจุดตรงบริเวณระเบิดแท็กซี่ และจุดสุดท้ายที่ระเบิดแล้วคนร้ายได้รับบาดเจ็บเอง ทั้งนี้ คาดว่าผู้เกี่ยวข้องน่าจะมีมากกว่า 3 คน และทางตำรวจเชื่อว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่น่าจะใช่ที่ประกอบระเบิด แต่ประกอบมาจากที่อื่นแล้วนำมาเก็บไว้ที่นี่
นอกจากนี้ ในบ้านที่เกิดเหตุพบรอยเลือด ก็แจ้งไปยังสถานพยาบาลทุกแห่งให้เฝ้าดูกลุ่มบุคคลชาวอิหร่านหรือตะวันออก กลางซึ่งอาจจะเข้าไปรักษาตัวหรือไม่
ลำดับเหตุการณ์บึ้ม
เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น 3 ครั้ง ใน 3 จุด บริเวณ ซ.สุขุมวิท 71 ระหว่าง ซ.ปรีดี พนมยงค์ 31-42 เยื้องกับโรงเรียนเกษมพิทยา ท้องที่ สน.คลองตัน ที่เกิดเหตุเป็นตู้โทรศัพท์เรียงกันอยู่หลายตู้ มีผู้บาดเจ็บ 4-5 ราย โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัสนอนพับอยู่ใกล้ตู้โทรศัพท์ 1 ราย
นายสัญชัย บุญสูงเนิน ผู้ขับแท็กซี่และได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด เปิดเผยว่า ขณะขับรถอยู่ ขับช้าประมาณ 10-20 กม./ชม. อยู่ๆ ก็มีคนโยนระเบิดเข้ามาใส่โดยไม่ได้เรียกรถแท็กซี่ ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นระเบิด ซึ่งตกด้านหน้ารถห่างจากรถประมาณ 1 เมตร พอรถตนเคลื่อนไปก็ระเบิดใต้ท้องรถด้านกระโปรงหน้าพอดี
"ผมรู้ชา ๆ มึน ๆ หัวตอนระเบิด แต่อาการไม่เป็นไรแล้ว และไม่มีผู้โดยสารอยู่ในรถผม จากนั้นผมก็ลงจากรถมา บอกให้คนอยู่แถวนั้นช่วยจับคนร้ายไว้ และวิ่งไล่ไปทางปากซอย และขณะที่คนร้ายพยายามจะโบกรถ แต่ไม่มีคนจอดให้ เป็นจังหวะเดียวกับตำรวจมาขวาง พอจะเข้าไปจับกุมเขาก็ควักระเบิดออกมา ก็ระเบิดตึ้มอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมองไม่ชัดว่าเขาปาหรือไม่ได้ปา ควักออกมาผมก็ได้ยินเสียงระเบิดตึ้มเลย ซึ่งผมและตำรวจอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 15 เมตร" นายสัญชัย กล่าว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ พฐ. เข้าตรวจสอบบ้านพักบ้านเลขที่ 66/31 ซ.ปรีดี พนมยงค์ ซอย 31 เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 50 ตร.ว. ซึ่งเป็นบ้านที่ผู้ต้องหาเช่าอยู่ พบวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 2 ปอนด์ ประกอบเสร็จพร้อมระเบิด โดยอีโอดีได้ใช้ปืนน้ำแรงดันสูงฉีดทำลาย
เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 4 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท คือ 1.นายกังวาล หอปราสาททอง อายุ 83 ปี 2.นางจุทาทิพย์ สัจจดำรง อายุ 62 ปี 3.นายสัญชัย บุญสูงเนิน คนขับแท็กซี่ 4.นายอภิชาติ คำลือ อายุ 32 ปี และ 5.ตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุคือ นายซาเย็บ โมราบิ (Mr.Saerb Morabi) สัญชาติอิหร่าน ถูกนำส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งมีอาการสาหัสขาขาดทั้ง 2 ข้าง
ทั้งนี้ คนร้ายเป็นชายชาวอิหร่าน ทราบชื่อภายหลังว่า Mr.sacib Morabi อายุประมาณ 50 ปี ได้มาเช่าอาคารพาณิชย์แบ่งให้เช่าภายในซอยปรีดี พนมยงค์ 31 เลขที่ 66 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร พร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน ซึ่งผู้ที่เช่าอาศัยห้องติดกันให้การว่าได้ยินเสียงระเบิดดังหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นได้เห็นชาย 2 คนเดินออกมาจากห้องดังกล่าว ตามด้วยชาวต่างชาติอีกหนึ่งรายได้เดินออกพร้อมอาการบาดเจ็บ ทั้งนี้ได้สะพายกระเป๋าเป้ออกมาด้วย
"หลังจากนั้นชายชาวอิหร่านที่ได้รับบาดเจ็บได้เดินออกมาเรียกแท็กซี่หมาย เลข ทะเบียน ทร 1914 สีส้ม แต่แท็กซี่คันดังกล่าวไม่ได้จอดรับ จึงได้ขว้างระเบิดใส่แท็กซี่จนคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินต่อไปบริเวณปากซอยสุขุมวิท 71 ระหว่างซอยปรีดีพนมยงค์ 31-34 เยื้องกับโรงเรียนเกษมโปลีเทคนิค จนกระทั่งได้พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.คลองตัน จึงได้พยายามขว้างระเบิดใส่ แต่เกิดพลาดระเบิดตกใกล้กับตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้ขาซ้ายขาด ขาขวาหัก ซึ่งได้อายัดตัวไว้แล้ว" พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กล่าว